สูตรน้ำดำ เข้มข้นพะโล้ขาหมู ทิ้งไว้ข้ามคืน ยิ่งอร่อยมากขึ้น

สูตรน้ำดำ

สูตรน้ำดำ เข้มข้นพะโล้ขาหมู  อย่าได้แคร์ความอ้วน กับเมนูพะโล้ขาหมู สูตรอาหารไทยใส่ไข่ต้ม เข้ากันดีกับเนื้อหนังเปื่อยนุ่ม ซดน้ำดำกลิ่นหอม ไม่ต้องมีน้ำจิ้มขาหมูพะโล้ก็อร่อย ทำง่ายสมชื่อปีหมูแน่นอน

สูตรน้ำดำ เข้มข้นพะโล้ขาหมู  ต้อนรับปีกุน 2562 กับเมนูขาหมูพะโล้ กินเอาฤกษ์เอาชัยให้ทำอะไรแบบง่าย ๆ สมชื่อกันตั้งแต่ต้นปีกันเลยทีเดียว วันนี้ขอนำเสนอวิธีทำพะโล้ขาหมู  จับ ขาหมู ไปผัดกับซอสคาราเมลแล้วค่อยเอาลงไปต้มกับน้ำดำจนเปื่อย เพิ่มไข่ต้มและเต้าหู้ทอดลงไปหน่อย ยิ่งอุ่นรสชาติยิ่งเข้มข้น แค่หม้อเดียวกินได้ทั้งครอบครัวเลยค่ะ

สูตรน้ำดำ

ส่วนผสม

ขาหมู 1 ขา
น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
กระเทียม พริกไทย และรากผักชี ตำรวมกัน 1-2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย (มากน้อยตามชอบ)
น้ำเปล่า 3-4 ถ้วย
ผงพะโล้ 1 ช้อนโต๊ะ
โป๊ยกั๊ก 2-3 ดอก
แท่งอบเชย 2-3 แท่ง
น้ำปลา 1-2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วดำหวาน 2-3 ช้อนโต๊ะ
ไข่ต้ม 5 ฟอง
เต้าหู้ทอด

วิธีทำ

​​​​► เริ่มด้วยนำกระเทียม พริกไทย และรากผักชีมาตำรวมกันก่อน เคล็ดลับความหอมอยู่ตรงนี้แหละค่ะ อยู่ต่างประเทศถ้าไม่มีรากผักชีก็ไม่ต้องห่วงค่ะ เด็ดก้านผักชีมาใส่แทนเลยค่ะ ในต่างประเทศจะเห็นว่า มีก้านยาวมาก แต่ไม่มีราก จากนั้นตั้งกระทะใส่น้ำมันนิดหน่อย นำ 3 เกลอลงผัดให้หอมแล้วใส่น้ำตาลปี๊บลงไปผัดให้ละลาย เติมน้ำนิดหน่อยได้ค่ะ ถ้าน้ำตาลค่อนข้างเป็นก้อนแข็ง คอยหมั่นคนจนน้ำตาลปี๊บละลาย ใส่ผงพะโล้ แล้วเคี่ยวให้เหนียวนิดหน่อยเป็นคาราเมลแบบในรูปนะคะ

​​​​► จากนั้นให้ใส่ขาหมูที่สับเป็นชิ้นใหญ่ลงไปผัดกับน้ำตาลคาราเมล จนเคลือบขาหมูทั่ว บางท่านจะนำไปทอดให้หนังตึงก่อนก็ได้นะคะ แต่วันนี้ไม่อยากทอดเลยผัดแบบนี้ หนังก็อร่อยเหมือนกันนะคะ เมื่อผัดแล้วให้ถ่ายใส่หม้อใหญ่หน่อย เติมน้ำให้ท่วม จากนี้ก็เปิดไฟให้เดือด

​​​​► ใส่โป๊ยกั๊กและอบเชยลงในหม้อ ปรุงรสด้วยซีอิ๊วดำหวานกับน้ำปลา หรือจะใส่ซีอิ๊วขาวแทนน้ำปลาก็ได้นะคะ ใส่ไข่ต้มที่ปอกเปลือกแล้วลงต้มพร้อมกันเลย จากนั้นก็หรี่ไฟให้อ่อน ตุ๋นต่อไปอีก 1 ชั่วโมงหรือจนกว่าขาหมูจะนุ่มเปื่อยตามที่ต้องการ

​​​​► ระหว่างต้มก็ไปซื้อเต้าหู้ทอดแบบนี้มาใส่ด้วยค่ะ อยู่ต่างประเทศจะทำอาหารครั้งหนึ่งก็ต้องออกไปซื้อไกลเหมือนกัน

​​​​► หลังจากตุ๋นไฟอ่อนผ่านไป 1 ชั่วโมง หน้าตาพะโล้ขาหมูก็จะเป็นแบบนี้ น้ำงวดเข้มข้น ลองชิมรสชาติดู ขาดอะไรเติมได้นะคะ เสร็จพร้อมเสิร์ฟกับข้าวสวยแล้วค่ะ

 

ขอบคุณแหล่งที่มา    https://cooking.kapook.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *